English French German Italian Portuguese Russian Spanish
You are here >
Mon 12 Jul 2010
สัตวแพทย์สัตว์เลี้ยงไทย
ภาพรวมสถานการณ์สุกรปี 2551

ภาพรวมสถานการณ์สุกรปี 2551

 

 


สภาพทั่วไป

                ปี 2551 นับเป็นปีที่ราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ถีบตัวขึ้นสูงมากเป็นประวัติการณ์ อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่พุ่งสูงขึ้นไปแตะที่ 147 ดอลล่าร์/บาร์เรล เมื่อเดือนกรกฎาคม ที่ผ่านมา แล้วมาแผ่วลงในไตรมาสที่ 3 ของปี 2551 ส่งผลให้วัตถุดิบอาหารสัตว์ถูกนำไปใช้เป็นพลังงานทดแทนน้ำมัน เช่น ข้าวโพด มันสำปะหลัง  ถั่วเหลือง ปาล์มน้ำมัน มีราคาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ไตรมาส 3 ปี 2550  จนถึงไตรมาส 3 ปี 2551

                เมื่อ วัตถุดิบอาหารสัตว์ราคาสูงขึ้น ส่งผลต่อต้นทุนการผลิตสุกรสูงขึ้นตาม จนทำให้ผู้เลี้ยงหลายๆ รายต้องลดกำลังการผลิตลง หลายฟาร์มถึงกับต้องเลิกกิจการ ซึ่งพบได้ในแหล่งที่มีการเลี้ยงสุกรหนาแน่น ทั้งภาคตะวันออก ภาคตะวันตก ภาคกลาง ไม่ว่าจะเป็นฟาร์มขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก หรือรายย่อย ต่างได้รับผลกระทบจากต้นทุนอาหารสัตว์ที่สูงขึ้น และจากภาวะการเงินที่ขาดสภาพคล่องมาตั้งแต่ปี 2550 ที่ราคาสุกรตกต่ำทำให้ผู้เลี้ยงขาดทุนมาตั้งแต่ปลายปี 2549 ต่อเนื่องในปี 2550 ทั้งปี

                ใน ภาวะที่ขาดสภาพคล่องทางการเงินอย่างหนักและยาวนาน สถาบันการเงินส่วนใหญ่ต่างชะลอการปล่อยสินเชื่อให้กับธุรกิจการเลี้ยงสุกร บางธนาคารงดปล่อยสินเชื่อแก่ธุรกิจการเลี้ยงสุกรโดยเด็ดขาด แต่บางธนาคารยังมีการปล่อยสินเชื่อให้บ้าง แต่ต้องพิจารณาอย่างเข้มงวดเป็นรายๆ ไป ขอยกตัวอย่างฟาร์มหนึ่งในเขตตะวันตก เมื่อปี 2548 ชึ่งราคาสุกรเนื้ออยู่ในเกณฑ์ดี ฟาร์มมีหนี้สินกับธนาคารประมาณ 1,100 ล้านบาท ขึ้นปี 2551 มีหนี้สินเพิ่มเป็น 2,500 ล้านบาท  ทั้งๆ ที่จำนวนสุกรแม่พันธุ์และจำนวนสุกรขุนมิได้เพิ่มขึ้นเลย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงสภาพของธุรกิจการเลี้ยงสุกรที่ต้องขาดทุนอย่างยาวนาน ตั้งแต่ปลายปี 2549 จนถึงปี 2550 ตลอดปี  และพอลืมตาอ้าปากได้ในปี 2551 แต่ก็ยังมีหนี้สินเก่าๆ สะสมอยู่มาก

การผลิต

                จำพวก สุกรแม่พันธุ์ได้ลดลงอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2550 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งคาดว่า (ต.ค. ปี 2551) มีประชากรแม่พันธุ์อยู่ 800,000 แม่ ปริมาณสุกรขุนที่ออกสู่ตลาดในแต่ละเดือนก็ลดลงเช่นกัน ซึ่งเป็นผลมาจากการลดปริมาณสุกรแม่พันธุ์ลง ถึงแม้จะมีข่าวเล่าลือในวงการผู้เลี้ยงสุกรว่ามีฟาร์มใหญ่ บริษัทใหญ่บางแห่ง มีโครงการขยายกำลังการผลิตสุกร ทำให้ผู้เลี้ยงที่อยู่ในธุรกิจไม่มั่นใจว่า ภาวะที่ปริมาณสุกรล้นตลาดจะยังเกิดขึ้นในปี 2552 หรือไม่

                ซึ่งผู้เลี้ยงสุกรส่วนใหญ่ต่างขอความร่วมมือกันในการควบคุมปริมาณสุกรในประเทศ ไม่ให้เลี้ยงมากเกินกำลังการบริโภคภายในประเทศ   ผู้ เลี้ยงรายเล็ก รายกลางต่างกลัวการขยายตัวของฟาร์มขนาดใหญ่ ว่าจะทำให้พวกฟาร์มขนาดเล็ก ขนาดกลาง ต้องหมดอาชีพในการเลี้ยงสุกรเพราะทนการขาดทุนไม่ได้

                หลายๆ ฝ่ายต้องการให้มีการขึ้นทะเบียนผู้เลี้ยงสุกร โดยเฉพาะทางกรมปศุสัตว์ ต้องการทราบปริมาณสุกรที่เลี้ยงกันอยู่ในประเทศว่ามีปริมาณเท่าไหร่กันแน่ ข้อมูลปริมาณสุกรของแต่ละหน่วยงานที่สำรวจออกมาก็แตกต่างกันมาก ข้อมูลไม่ชัดเจน ไม่รู้จะเชื่อถือข้อมูลของหน่วยงานใด
              
บ้าน เราใช้ระบบเสรีในการทำธุรกิจ ใครมีกำลังมากก็ทำมาก ใครอยากทำมากก็หาช่องทางทำธุรกิจให้ได้มากๆ เมื่อขยายธุรกิจมากๆ จนเกิดการล้นตลาด ก็ส่งผลถึงผู้ผลิตทุกระดับต้องประสบภาวะขาดทุน แต่ผู้ผลิตที่ขาดทุน ขาดสภาพคล่องทางการเงิน ก็จะต้องล้มหายตายจากไป โดยเฉพาะผู้ที่ทำธุรกิจขนาดเล็ก ขนาดกลาง ห่วงว่าอาชีพการเลี้ยงสุกรที่ทำมาจะต้องจบสิ้นไป แล้วจะทำอาชีพอะไรทดแทน อยากจะฝากไปยังผู้เลี้ยงรายใหญ่ จะทำธุรกิจอะไร จะทำธุรกิจให้ใหญ่เพียงไร ก็เว้นช่องว่าง เว้นวรรคเพื่อผู้ทำธุรกิจรายเล็ก รายกลางไว้บ้างน่ะครับ

                และ ขอฝากไปยังผู้เลี้ยงสุกรทุกระดับการผลิตว่า ขอให้คำนึงถึงคุณภาพของสินค้าที่ผลิต คำนึงถึงประสิทธิภาพและต้นทุนการผลิตด้วย เพราะธุรกิจส่วนใหญ่จะอยู่ได้ด้วยต้นทุนการผลิตที่ต่ำ เป็นที่ทราบกันว่าการเลี้ยงสุกรในปัจจุบันมีปัญหาเรื่องโรคต่างๆ มากมาย ที่ทำความสูญเสียให้กับเจ้าของฟาร์มเป็นอย่างมาก ท่านต้องหาหนทางป้องกันโรคต่างๆ ให้ดี ลดความเสี่ยงและการป้องกันการติดโรคทุกๆ ทาง รวมทั้งมีการจัดการฟาร์มที่ดีที่จะทำให้สุกรในฟาร์มของท่านแสดงออกถึงพันธุ กรรมที่ดีของสุกรได้เต็มที่ เพื่อประสิทธิภาพการผลิตที่ดี และต้นทุนต่ำในที่สุด

                ตารางแสดงจำนวนแม่พันธุ์และสุกรขุน

ปี

 จำนวนแม่พันธุ์(ตัว)

 จำนวนสุกรขุนที่ผลิตได้(ตัว)

2540

730,000

9,900,000

2541

550,000

9,800,000

2542

610,000

7,700,000

2543

650,000

8,400,000

2544

680,000

9,100,000

2545

700,000

9,520,000

2546

710,000

9,100,000

2547

750,000

9,940,000

2548

850,000

9,830,000

2549

930,000

10,400,000

2550

1,030,000

11,625,000

2551

850,000

10,440,000

2552

800,000

10,200,000



ประมาณการโดย : สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ

การนำเข้า

                ปี 2551 ยังมีการนำเข้าหนังสุกร เครื่องในสุกรอยู่อย่างต่อเนื่อง และยังมีข่าวการนำเข้าโคนลิ้นสุกรเข้ามาอีก

โดยมีการนำเข้าโคนลิ้นจากประเทศออสเตรเลีย ระบุข้างกล่องเป็น TONGUE ROOT PORK OFFAL ถ้า เป็นลิ้นไม่น่าหนักใจ แต่เป็นโคนลิ้นซึ่งลิ้นตัดไปขายที่จีน แต่เหลือเศษโคนลิ้น ไม่แน่ใจว่าส่วนประกอบของโคนลิ้นจะติด ต่อมทอลซิลหรือไม่ ซึ่งเป็นอันตรายกับผู้บริโภคไทยมาก ไม่ทราบว่ากรมปศุสัตว์ทราบหรือไม่

                สมาคมฯ พยายามหาแหล่งที่นำเข้าสินค้าแต่ยังหาไม่ได้ ซึ่งขณะนี้สมาคมฯ ได้มีภาพถ่ายกล่องตัวอย่างสินค้าโคนลิ้นสุกรจากออสเตรเลีย ในอนาคตที่มีนโยบายการค้าเสรีกันทั่วโลก  ประเทศไทยต้องเปิดโอกาสให้มีการนำเข้าสุกร เนื้อสุกร  ผลิตภัณฑ์จากสุกร ซึ่งต้องมีผลกระทบกับธุรกิจการเลี้ยงสุกรอย่างแน่นอน  หากถ้าประเทศไทยไม่มีการป้องกัน และใช้มาตรการด้านอื่นๆ ที่ไม่ใช่ภาษี  เช่น ด้านสุขอนามัย  ด้านป้องกันโรค มากีดกันการนำเข้า ต่อไปเครื่องในสุกร  เนื้อสุกร จะถูกนำเข้ามาอย่างง่ายดาย เมื่อต้นทุนการนำเข้าถูกกว่าราคาขายในบ้านเรา
 
การบริโภค

                ปี 2251 ทั่วโลกได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้นในช่วงต้นปี 2551 และภาวะวิกฤติการเงิน      ซับ ไพร์ม ทำให้บริษัททางการเงินของประเทศสหรัฐอเมริกา เกิดปัญหาต้องปิดกิจการไป ส่งผลกระทบต่อทั่วโลก รวมทั้งในประเทศไทยด้วย คาดว่าปี 2552 เศรษฐกิจของไทยยังไม่ดีขึ้น การส่งออกลดลง มีคนว่างงานมากขึ้น กำลังการบริโภคน่าจะลดลง การบริโภคเนื้อสุกรน่าจะลดลงตามภาวะเศรษฐกิจ ยิ่งถ้าราคาของสินค้าโปรตีนตัวอื่นๆ มีราคาถูกกว่าราคาสุกรมากๆ ก็จะทำให้การบริโภคเนื้อสุกรยิ่งลดลงมากขึ้น

การส่งออก

                การส่งออกเนื้อสุกรและผลิตภัณฑ์ไปยังต่างประเทศ ยังอยู่ในปริมาณที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย ตลาดหลักก็คือญี่ปุ่น

                ส่วนการส่งออกที่มีบทบาทมากในปี 2551 ก็คือ การส่งออกสุกรมีชีวิตไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งปี 2551 มีการส่งออกประมาณ 3 % ของการผลิตมากกว่าการส่งออกผลิตภัณฑ์สุกรที่มีเพียง 1 % เท่า นั้น คาดว่าการส่งออกสุกรมีชีวิตในปี 2552 จะลดปริมาณลงจากเดิม เนื่องจากไม่มีปัจจัยใดสนับสนุนเหมือนปี 2551 ที่มีเรื่องปัญหาความเสียหายของสุกรในจีน และเวียดนาม และการเป็นเจ้าภาพโอลิมปิคของจีนด้วย

ต้นทุนการผลิต

                ต้นทุนหลักของการผลิตสุกรขึ้นอยู่กับวัตถุดิบอาหารสัตว์ถึง 70 % จาก การที่ราคาอาหารสัตว์ปรับพุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ ในปี 2551 และได้ปรับตัวลดลงในไตรมาส 3 ของปี 2551 จากปัจจัยหลายๆ อย่างเช่น การปรับตัวลดลงของราคาน้ำมันดิบ การเพิ่มปริมาณการผลิตวัตถุดิบอาหารสัตว์ จำนวนตัวปศุสัตว์ลดลงอย่างต่อเนื่อง และการเก็งกำไรของพ่อค้าวัตถุดิบอาหารสัตว์ คาดว่าราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ในปี 2552 จะมีราคาต่ำกว่าปี 2551 ประมาณ 10 ? 20 % ส่งผลให้ต้นทุนด้านอาหารสุกรลดลง

 

ปี

 จำนวนแม่พันธุ์(ตัว)

 จำนวนสุกรขุนที่ผลิตได้(ตัว)

2540

730,000

9,900,000

2541

550,000

9,800,000

2542

610,000

7,700,000

2543

650,000

8,400,000

2544

680,000

9,100,000

2545

700,000

9,520,000

2546

710,000

9,100,000

2547

750,000

9,940,000

2548

850,000

9,830,000

2549

930,000

10,400,000

2550

1,030,000

11,625,000

2551

850,000

10,440,000

2552

800,000

10,200,000



ประมาณการโดย : สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ

การนำเข้า

                ปี 2551 ยังมีการนำเข้าหนังสุกร เครื่องในสุกรอยู่อย่างต่อเนื่อง และยังมีข่าวการนำเข้าโคนลิ้นสุกรเข้ามาอีก

โดยมีการนำเข้าโคนลิ้นจากประเทศออสเตรเลีย ระบุข้างกล่องเป็น TONGUE ROOT PORK OFFAL ถ้า เป็นลิ้นไม่น่าหนักใจ แต่เป็นโคนลิ้นซึ่งลิ้นตัดไปขายที่จีน แต่เหลือเศษโคนลิ้น ไม่แน่ใจว่าส่วนประกอบของโคนลิ้นจะติด ต่อมทอลซิลหรือไม่ ซึ่งเป็นอันตรายกับผู้บริโภคไทยมาก ไม่ทราบว่ากรมปศุสัตว์ทราบหรือไม่

                สมาคมฯ พยายามหาแหล่งที่นำเข้าสินค้าแต่ยังหาไม่ได้ ซึ่งขณะนี้สมาคมฯ ได้มีภาพถ่ายกล่องตัวอย่างสินค้าโคนลิ้นสุกรจากออสเตรเลีย ในอนาคตที่มีนโยบายการค้าเสรีกันทั่วโลก  ประเทศไทยต้องเปิดโอกาสให้มีการนำเข้าสุกร เนื้อสุกร  ผลิตภัณฑ์จากสุกร ซึ่งต้องมีผลกระทบกับธุรกิจการเลี้ยงสุกรอย่างแน่นอน  หากถ้าประเทศไทยไม่มีการป้องกัน และใช้มาตรการด้านอื่นๆ ที่ไม่ใช่ภาษี  เช่น ด้านสุขอนามัย  ด้านป้องกันโรค มากีดกันการนำเข้า ต่อไปเครื่องในสุกร  เนื้อสุกร จะถูกนำเข้ามาอย่างง่ายดาย เมื่อต้นทุนการนำเข้าถูกกว่าราคาขายในบ้านเรา
 
การบริโภค

                ปี 2251 ทั่วโลกได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้นในช่วงต้นปี 2551 และภาวะวิกฤติการเงิน      ซับ ไพร์ม ทำให้บริษัททางการเงินของประเทศสหรัฐอเมริกา เกิดปัญหาต้องปิดกิจการไป ส่งผลกระทบต่อทั่วโลก รวมทั้งในประเทศไทยด้วย คาดว่าปี 2552 เศรษฐกิจของไทยยังไม่ดีขึ้น การส่งออกลดลง มีคนว่างงานมากขึ้น กำลังการบริโภคน่าจะลดลง การบริโภคเนื้อสุกรน่าจะลดลงตามภาวะเศรษฐกิจ ยิ่งถ้าราคาของสินค้าโปรตีนตัวอื่นๆ มีราคาถูกกว่าราคาสุกรมากๆ ก็จะทำให้การบริโภคเนื้อสุกรยิ่งลดลงมากขึ้น

การส่งออก

                การส่งออกเนื้อสุกรและผลิตภัณฑ์ไปยังต่างประเทศ ยังอยู่ในปริมาณที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย ตลาดหลักก็คือญี่ปุ่น

                ส่วนการส่งออกที่มีบทบาทมากในปี 2551 ก็คือ การส่งออกสุกรมีชีวิตไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งปี 2551 มีการส่งออกประมาณ 3 % ของการผลิตมากกว่าการส่งออกผลิตภัณฑ์สุกรที่มีเพียง 1 % เท่า นั้น คาดว่าการส่งออกสุกรมีชีวิตในปี 2552 จะลดปริมาณลงจากเดิม เนื่องจากไม่มีปัจจัยใดสนับสนุนเหมือนปี 2551 ที่มีเรื่องปัญหาความเสียหายของสุกรในจีน และเวียดนาม และการเป็นเจ้าภาพโอลิมปิคของจีนด้วย

ต้นทุนการผลิต

                ต้นทุนหลักของการผลิตสุกรขึ้นอยู่กับวัตถุดิบอาหารสัตว์ถึง 70 % จาก การที่ราคาอาหารสัตว์ปรับพุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ ในปี 2551 และได้ปรับตัวลดลงในไตรมาส 3 ของปี 2551 จากปัจจัยหลายๆ อย่างเช่น การปรับตัวลดลงของราคาน้ำมันดิบ การเพิ่มปริมาณการผลิตวัตถุดิบอาหารสัตว์ จำนวนตัวปศุสัตว์ลดลงอย่างต่อเนื่อง และการเก็งกำไรของพ่อค้าวัตถุดิบอาหารสัตว์ คาดว่าราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ในปี 2552 จะมีราคาต่ำกว่าปี 2551 ประมาณ 10 ? 20 % ส่งผลให้ต้นทุนด้านอาหารสุกรลดลง
ราคา

                ราคา สุกเนื้อปี 2551 คิดว่าอยู่ในราคาดีพอสมควร ราคาเฉลี่ย 53 บาท/กก. เพียงแต่ว่าต้นทุนการผลิตสุกรสูงขึ้นมาก เนื่องมาจากราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ และอัตราการสูญเสียที่เพิ่มสูงขึ้น

ปี 2551
   

ปี 2551

เฉลี่ย

สูงสุด

ต่ำสุด

ต้นทุนเฉลี่ย

ราคาลูกสุกร 16 กก.

1,400

1,800

1,000

1,300

ราคาสุกรขุน

53

59

42

53

ราคาเนื้อแดง

115

130

100

-


สำหรับปี 2552 ปริมาณสุกรที่ผลิตสู่ตลาดมีปริมาณลดลงจากปี 2551 เล็กน้อย  ด้านการบริโภคคาดว่าจะไม่ดีขึ้น เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจโลกมีปัญหาจากสถาบันการเงินในสหรัฐอเมริกา  ส่งผลให้การส่งออกสินค้าด้านอุตสาหกรรมของไทยลดลง การว่างงานของคนไทยจะมีจำนวนเพิ่มขึ้น รวมไปถึงธุรกิจการท่องเที่ยวที่ซบเซาด้วย

การคาดการณ์ราคา ปี 2552

ปี 2552

เฉลี่ย

สูงสุด

ต่ำสุด

ต้นทุนเฉลี่ย

ราคาลูกสุกร 16 กก.

1,400

1,700

1,100

1,200

ราคาสุกรขุน

54

58

46

51

ราคาเนื้อแดง

115

125

100

-

Comments (1)Add Comment
...
written by piggy_boy, มีนาคม 30, 2009
รายงานสถานการณ์สุก ปี 2552 ในช่วงไตรมาสแรกนั้ ....
จะเป็นอย่างไรต้องค อยติดตามกันน่ะครั
report abuse
vote down
vote up
Votes: +0

Write comment
quote
bold
italicize
underline
strike
url
image
quote
quote
smile
wink
laugh
grin
angry
sad
shocked
cool
tongue
kiss
cry
smaller | bigger

busy
 
Designed by www.thaivetcentral.com
All Rights Reserved
ขายสุนัข|สัตวแพทย์ |ซื้อ-ขายสุนัข|ขายม้า|หางานสัตวแพทย์|แมว|ชูการ์|ขายกระต่าย