ป้ายโฆษณา
สัตวแพทย์กับสัตว์เลี้ยง สุนัข ตะลึงเข้าใจผิดมานาน เกี่ยวกับ การตึง คาร์บอน ในทะเล

สุนับ หมา เเมว สัตวเเพทย์ ความจริงที่เปลี่ยนเเปลง จาก อดีต ตามสิ่งที่คนพบไหม่


 

ทีมวิจัยอังกฤษ เปิดกล่องดำแพลงค์ตอนพืช ชนิดยูคาริโอตในมหาสมุทรแอตแลนติก พบมีบทบาทช่วยตรึงคาร์บอนในทะเลได้มากเกือบครึ่งหนึ่ง จากเดิมที่เคยเชื่อว่า ไซยาโนแบคทีเรียมีอิทธิพลมากที่สุด ในการตรึงคาร์บอนในทะเลเปิด แต่ต้องรอยืนยันผลจากตัวอย่างน้ำทะเลทั่วโลก
       
       การตรึงคาร์บอนโดยแพลงค์ตอนพืช (phytoplankton) ในทะเลเปิด เป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญในวัฏจักรคาร์บอนของโลก ซึ่งแต่เดิมนักวิทยาศาสตร์ยังไม่มีความเข้าใจในเรื่องนี้อย่างถ่องแท้ และเชื่อว่าไซยาโนแบคทีเรีย (cyanobacteria) คือสิ่งมีชีวิตที่มีบทบาทสำคัญที่สุดในการตรึงคาร์บอน แต่ล่าสุดนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยวอร์วิค (University of Warwick) และศูนย์สมุทรศาสตร์แห่งชาติในเซาแธมป์ตัน (National Oceanography Centre in Southampton) สหราชอาณาจักร สามารถเปิดกล่องดำของแพลงค์ตอนพืชแบบยูคาริโอต (eukaryotic phytoplankton) และพบว่าแพลงค์ตอนพืชชนิดนี้ สามารถตรึงคาร์บอนในทะเลได้มากเกือบครึ่งหนึ่งของการตรึงคาร์บอนโดยแพลงค์ตอนพืชทั้งหมด
       
       สาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน หรือ ไซยาโนแบคทีเรีย เป็นแพลงค์ตอนพืชชนิดหนึ่ง ที่เจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็วบริเวณผิวน้ำทะเลที่แสงแดดส่งถึง หรือ โฟติคโซน (photic zone) ไซยาโนแบคทีเรียเหล่านี้จะใช้แสงแดดช่วยในการตรึงคาร์บอนโดยเปลี่ยนคาร์บอนไดออกไซด์ให้เป็นน้ำตาลและสารอินทรีย์อื่นๆ ผ่านกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง
       
       ไซยาโนแบคทีเรียจัดเป็นพิโคไฟโตแพลงค์ตอน (picophytoplankton) หรือแพลงค์ตอนพืชที่มีขนาดเล็กที่สุด และนักวิทยาศาสตร์คิดว่า ไฟโตแพลงค์ตอนกลุ่มนี้ มีบทบาทเด่นในการตรึงคาร์บอนในทะเลเปิด โดยเฉพาะไฟโตแพลงค์ตอนในสกุล โพรคลอโรคอคคัส (Prochlorococcus) และซินโคคอคคัส (Synechococcus)
       
       ทั้งนี้ ไซยาโนแบคทีเรียเป็นสิ่งมีชีวิตในกลุ่มโพรคาริโอต (prokaryote) เช่นเดียวกับแบคทีเรีย คือเป็นสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวที่ไม่มีเยื่อหุ้มนิวเคลียส ซึ่งแตกต่างจากยูคาริโอต (eukaryote) ที่เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีเซลล์สลับซับซ้อนและมีเยื่อหุ้มนิวเคลียสห่อหุ้มสารพันธุกรรมไว้ โดยในบริเวณโฟติคโซนก็พบว่ามีแพลงค์ตอนพืชชนิดยูคาริโอตอาศัยอยู่ด้วยจำนวนมาก แต่อาจไม่มากเท่าไซยาโนแบคทีเรีย และมีส่วนช่วยตรึงคาร์บอนในทะเลด้วยเช่นกัน
       
       ศ.เดฟ สแกนแลน (Professor Dave Scanlan) จากมหาวิทยาลัยวอร์วิค เปิดเผยว่า ชุมชนของแพลงค์ตอนพืชชนิดยูคาริโอตมีข้อมูลที่นักวิทยาศาตร์ยังไม่เคยรู้มาเป็นเวลานานมากเกี่ยวกับองค์ประกอบของมันและกลไกการตรึงคาร์บอน การค้นหาปริมาณคาร์บอนที่ถูกตรึงโดยกลุ่มสิ่งมีชีวิตชนิดที่แตกต่างกันมีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการทำความเข้าใจกับวัฏจักรคาร์บอนของโลก
       
       ทีมวิจัยของ ศ.สแกนแลน ศึกษาวิจัยการตรึงคาร์บอนโดยแพลงค์ตอนพืชในมหาสมุทรแอตแลนติคทางตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณเขตร้อนและใกล้เขตร้อน พบว่าที่จริงแล้วแพลงค์ตอนพืชชนิดยูคาริโอตตรึงคาร์บอนได้ในปริมาณมากถึง 44% ของปริมาณทั้งหมด แม้ว่าจะมีน้อยกว่าไซยาโนแบคทีเรีย แต่เนื่องจากมีขนาดเซลล์ใหญ่กว่า จึงทำให้สามารถตรึงคาร์บอนมาใช้ในกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงได้มากกว่าแพลงค์ตอนพืชแบบโพรคาริโอต
       
       ยูคาริโอติคไฟโตแพลงค์ตอนที่พบมีทั้งแบบ ยูคาริโอต เอ (EukA) และ ยูคาริโอต บี (EukB) ซึ่งชนิดแรกมีปริมาณมากกว่าแต่มีขนาดเซลล์ที่เล็กกว่า และจากการศึกษาทางด้านโมเลกุลพบว่า ยูคาริโอต บี ส่วนใหญ่เป็นพวก พริมเนซิโอไฟต์ (prymnesiophyte) ซึ่งเกือบทั้งหมดไม่เคยมีการเพาะเลี้ยงได้ในห้องแล็บ และน่าจะมีสปีชีส์ที่ยังไม่เคยรู้จักมาก่อนอีกหลายสปีชีส์
       
       "พริมเนซิโอไฟต์มีจำนวนมากถึง 38% ของผู้ผลิตชั้นต้นทั้งหมดที่พบในมหาสมุทรแอตแลนติคทางตะวันออกเฉียงเหนือบริเวณเขตร้อนและใกล้กับเขตร้อน ซึ่งชี้ให้เห็นว่าสิ่งมีชีวิตพวกนี้มีบทบาทสำคัญมากในการตรึงคาร์บอนในมหาสมุทร แต่จำเป็นต้องได้รับการยืนยันอีกทีหนึ่งจากการเก็บตัวอย่างน้ำทะเลจากมหาสมุทรทั่วโลก" ศ.สแกนแลน กล่าว ซึ่งผลงานวิจัยเรื่องนี้ได้ตีพิมพ์ในวารสารสมาคมนิเวศวิทยาจุลินทรีย์นานาชาติ (Journal of the International Society for Microbial Ecology) เมื่อวันที่ 15 เม.ย. ที่ผ่านมา ตามรายงานในไซน์เดลี
       
       ด้าน ศ.มิคาอิล ซูบคอฟ (Professor Mikhail Zubkov) จากศูนย์สมุทรศาสตร์แห่งชาติ ได้แสดงให้เห็นด้วยว่าแพลงค์ตอนพืชชนิดยูคาริโอตขนาดเล็กสามารถรับคาร์บอนมาจากแบคทีเรียได้ด้วย นอกเหนือจากการตรึงคาร์บอนผ่านกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง และน่าจะเป็นไปได้ที่พริมเนซิโอไฟต์และแพลงค์ตอนพืชแบบยูคาริโอตอื่นๆ จะส่งสารอินทรีย์บางชนิดจากบริเวณโฟติคโซนลงไปยังใต้ทะเลลึก แทนที่จะหมุนเวียนกลับสู่ชั้นบรรยากาศในรูปของคาร์บอนไดออกไซด์ และหลังจากนี้นักวิจัยจะศึกษาต่อไปถึงปัจจัยที่มีส่วนควบคุมการเจริญเติบโตของยูคาริโอตขนาดเล็กในมหาสมุทรเหล่านี้

เพิ่มคอมเมนต์ใหม่


รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช

กระดานสนทนา

ผู้สนับสนุน

ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา

แบบสอบถาม

เพื่อนๆเรียนvet จากไหน