English French German Italian Portuguese Russian Spanish
You are here >
Mon 27 Jul 2009
เว็บบอร์ดสัตวแพทย์หางานสัตวแพทย์สัตว์เลี้ยง
สัตวแพทย์หางานหางานสัตแพทย์การจ้างงานสัตวแพทย์ตำแหน่งงานสัตวแพทย์
คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
Article Index
คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
1
คณะสัตวแพทย์จุฬา
คณะสัตวแพทย์จุฬา
คณะสัตวแพทย์จุฬา
ทุกหน้า

คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ประวัติการจัดการศึกษาทางด้านสัตวแพทยศาสตร์ในประเทศไทยที่ปรากฏหลักฐาน กระจัดกระจายอยู่ ผู้เขียนได้พยายามรวบรวมและเรียบเรียงไว้ ณ ที่นี้ เพื่อประโยชน์แก่ผู้สนใจในการศึกษาประวัติความเป็นมาดังกล่าว ซึ่งแต่เดิมการศึกษาวิชาการสัตวแพทย์ได้ดำเนินไปตามความต้องการของทางราชการ เช่น ฝ่ายพลเรือนเปิดอบรมสำหรับใช้ราชการในหน่วยของตนเอง ตามความจำเป็นในการป้องกันและปราบปรามโรคระบาดของสัตว์ ทางฝ่ายทหารก็มีการเปิดอบรมเพื่อให้ปฏิบัติการในวงการสัตวแพทย์ของกองทัพบก ซึ่งต่อมาการจัดการศึกษาสัตวแพทยศาสตร์ได้พัฒนาขึ้นโดยลำดับ ตามรายละเอียดดังต่อไปนี้

กระทรวงเกษตราธิการโดยเจ้าพระยาเวศร์วงศ์วิวัฒน์ เสนาบดีกระทรวงขณะนั้นได้จัดให้มีการอบรมวิชาสัตวแพทย์ขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2447 โดยให้พนักงานกรมช่างไหม (ต่อมาเป็นกรมเพาะปลูก กระทรวงเกษตรา- ธิการ) เข้ารับการอบรมจากนายเอช เอส เลียวนาร์ด นายสัตวแพทย์ชาวยุโรปซึ่งจ้างมาเป็นที่ปรึกษาทางโรคระบาดสัตว์และทำการตรวจ เนื้อให้แก่กรมนคราทร (กรมสุขาภิบาล) กระทรวงมหาดไทยด้วยเปิดสอนวิชาสัตวแพทย์ได้เพียง 2 ปีก็เลิกโครงการไป ต่อมา พ.ศ. 2457 พระเจ้าพี่ยาเธอกรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ เสนาบดีกระทรวงเกษตราธิการขณะนั้นได้จ้าง นายยี เจ ฮาวี่ ทำการสอนวิชาสัตวแพทย์เป็นจริงเป็นจังขึ้นอีกครั้ง และในปี พ.ศ. 2465 ได้เปลี่ยนเป็นนายเอช เอส แอล วูดส์ ซึ่งทั้งหมดเป็นสัตวแพทย์ชาวอังกฤษเพราะเป็นข้อผูกพันในการส่งโคกระบือไปขาย ที่ตลาดฮ่องกงและสิงคโปร์ ซึ่งขณะนั้นเป็นส่วนหนึ่งของสหราชอาณาจักรต้องมีการรับรองว่าปลอดโรคติดต่อ และในปีเดียวกันได้ว่าจ้าง ดร. อาร์. พี. โยนส์ (Robert Percy Jones MRCVS) อดีตที่ปรึกษากระทรวงเกษตรเป็นผู้อำนวยการอบรม ซึ่งท่านผู้นี้ได้มีส่วนในการพัฒนาวิชาชีพและการสัตวแพทยศาสตร์ในประเทศ ไทยอย่างมากในเวลาต่อมา

ในทางการทหาร ก่อน พ.ศ. 2452 ตามกรมทหารม้าต่างๆ มีนายสัตวรักษ์แผนโบราณ ดูแลม้าซึ่งส่วนใหญ่เป็นม้าไทย ต่อมาพ.ศ. 2453 กองทัพบก โดยหน่วยกรมทหารม้าที่ 1 รักษาพระองค์ได้เริ่มสั่งม้าเทศเข้ามาใช้ในราชการ ขณะนั้น พลตรีหม่อมเจ้าทองทีฆายุ ทรงพระยศร้อยโททหารม้า ประจำกรมจเรทหารม้า เสด็จกลับจากการศึกษาวิชาจากต่างประเทศ ดำริให้ใช้นายสัตวแพทย์แผนปัจจุบันอย่างต่างประเทศ ทรงเสนอต่อพลเอกกรมหลวงพิษณุโลกประชานารถ กรมจเรทหารม้าขออนุมัติให้กองทัพบกจัดตั้งโรงเรียนนายสัตวรักษ์ขึ้นเมื่อพ. ศ. 2454 ให้ชื่อว่า โรงเรียนอัศวแพทย์ทหารบก และพลตรีหม่อมเจ้าทองทีฆายุทรงเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนอัศวแพทย์นี้ กับได้สั่งนายสัตวแพทย์จากต่างประเทศมาช่วยสอนอีกคือ พันตรีเฮนวิลเฮมสปาเตอร์ (ยศกองทัพบกไทย) จากเยอรมันนี และต่อมามีนายทหารจากโรงเรียนนายร้อยทหารบก และกรมจเรทหารม้ามาช่วยทำการสอนวิชาพื้นฐานและวิชาเกี่ยวกับข้อบังคับต่างๆ ของทหาร โดยทำการคัดเลือกนายดาบประจำการจากกรมกองต่างๆ เข้าทำการศึกษาตามหลักสูตร 4 ปี ดังนี้

--ปีที่ 1 รับการศึกษาสัตวแพทย์ชั้นต้น พอที่จะปฏิบัติงานได้

พลตรีหม่อมเจ้าทองทีฆายุ ทองใหญ่

--ปีที่ 2 ออกไปสำรองราชการ เพื่อทำการรักษาพยาบาลและปฏิบัติกิจการงานตามหน่วยสัตวรักษ์ต่างๆ
--ปีที่ 3-4 กลับเข้ามารับการศึกษาเกี่ยวกับวิชาสัตวแพทย์ เป็นหลักวิชาเคมี ฟิสิกส์ และปฏิบัติเมื่อจบปีที่ 4 ทำการสอบเพื่อรับประกาศนียบัตรสัตวแพทย์ของกองทัพบก และได้เลื่อนยศเป็นร้อยตรีประจำการตามหมวดสัตวรักษ์ต่างๆ ในกองทัพ

แนวคิดการจัดการศึกษาสัตวแพทยศาสตร์ในระดับสูงนั้น หากถือต้นกำเนิดที่มีหลักฐานเป็นเอกสารการประชุมของคณะกรรมการดำริรูปการของ จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย ซึ่งพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดให้แต่งตั้งขึ้นเพื่อคิดหา วิธีการดำเนินการของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในอนาคตเพื่อสนองความต้องการของ ชาติอย่างมีประสิทธิภาพ คณะกรรมการดังกล่าวมีพระเจ้าพี่ยาเธอกรมขุนชัยนาทนเรนทรเป็นประธานคณะ กรรมการ ในเอกสารการประชุมความยาว 53 หน้านี้มีพระดำริหลายตอนที่เป็นรากฐานของการศึกษาสัตวแพทย์ในจุฬาลงกร ณมหาวิทยาลัย ดังจะได้อัญเชิญพระดำริดังกล่าวไว้เป็นสังเขป ดังนี้



 

Polls

เพื่อนๆเรียนvet จากไหน
 
Designed by www.thaivetcentral.com
All Rights Reserved
ชุมชนสัตวแพทย์ไทยสัตว์เลี้ยง ซื้อ ขายสุนัข แมว ชูการ์ ม้า